รู้ทันลูกเล่น อู่-ช่าง-เซลส์

รู้ทันลูกเล่น อู่-ช่าง-เซลส์

            นอกจากเสียเงินซื้อรถแล้ว ยังต้องเสียทั้งการเติมน้ำมัน และซ่อมต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เรียนรู้ให้เท่าทันลูกเล่น เล่ห์เหลี่ยม กลโกง ของเซลส์ อู่ และช่าง ที่จ้องจะดึงเงินออกจากกระเป๋าเจ้าของรถ ธุรกิจ และการค้าขาย เกี่ยวข้องโดยตรงกับความซื่อสัตย์หรือคุณธรรม หลายอาชีพต้องมีลูกล่อลูกชนในการค้าขาย เช่น เซลส์หรือพนักงานขายรถ หรือบางอาชีพง่ายต่อการโกงด้วยสารพัดเล่ห์เหลี่ยม เช่น อู่ หรือช่าง

 เซลส์-พนักงานขายรถ

แม้ไม่ถือว่าเป็นกลโกง แต่ก็เป็นลูกเล่นหรือลูกล่อลูกชนที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เช่นใกล้ขึ้นราคาแล้วให้รีบซื้อ – ขู่ว่าสัปดาห์หน้าเดือนหน้าจะขึ้นราคาแล้ว กรณีนี้มีทั้งจริงและไม่จริง ยากที่จะพิสูจน์ได้ เพราะกำหนดการขึ้นราคาขึ้นอยู่กับบริษัทหลัก ไม่ใช่ดีลเลอร์ทั่วไป การติดตามข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ พอช่วยได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทราบลึก ควรซื้อเมื่อการเงินของตัวเองพร้อม หรือมีความจำเป็นในการใช้รถโดยไม่ต้องสนใจการขู่ว่าจะขึ้นราคา
รถใกล้ตกรุ่น แต่บอกว่ารุ่นใหม่อีกนาน – ไม่ว่าเซลส์คนนั้นจะไม่ทราบจริง ๆ หรือทราบแต่โกหก ก็นับเป็นเรื่องปกติที่จะต้องบอกแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็ระบายสต็อกรุ่นเก่าได้ยาก เราสามารถรู้เท่าทันได้ โดยติดตามข่าวสารจากต่างประเทศ และในประเทศตามสื่อต่าง ๆ เพราะไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ อย่างไรก็ต้องเปิดตัวรถรุ่นใหม่ตามตลาดโลก ไม่ได้มีรถรุ่นที่ผลิตให้เฉพาะไทยแน่ ๆ
ของแถมมีราคาแพง – เป็นปกติไปแล้วที่จะต้องมีส่วนลดเป็นยอดเงินหรือมีของแถมให้เป็นแรงจูงใจ มักจะมีการบอกราคาของแถมเกินจริงหรือเกินคุณภาพไปมาก ตรวจสอบได้ไม่ยาก โทรศัพท์สอบถามจากเบอร์โทรศัพท์ตามหน้าโฆษณาในนิตยสารต่าง ๆ ที่มีสินค้าเดียวกันจำหน่ายอยู่ เพราะของแถมก็มักจะมาจากร้านประดับยนต์ต่าง ๆ เหมือน ๆ กัน
อยากได้เร็ว ต้องเสียเงินเพิ่มนอกระบบ – ตรวจสอบจากโชว์รูมหรือดีลเลอร์อื่นว่า ต้องรอนานจริงหรือไม่ บางแห่งอาจมีสต็อกอยู่พร้อมส่งมอบเลยก็ได้

อู่

ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ด้านเครื่องยนต์กลไกมากนัก และไม่มีโอกาสประกบดูการทำงานของช่าง ไม่มีเวลา จึงต้องเชื่อช่าง อู่หรือศูนย์บริการ ซึ่งสามารถโกงลูกค้าได้ง่ายมาก ถ้าขาดคุณธรรมในการทำธุรกิจ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะอู่ทั่วไปที่โกงเท่านั้น บางศูนย์บริการก็โกง เพราะศูนย์บริการส่วนใหญ่ก็มีเจ้าของเป็นรายย่อย ไม่ใช่สาขาจากบริษัทรถทำเอง คุณธรรมจึงเกี่ยวข้องกับกรณีนี้อย่างมาก

เสียน้อย บอกเสียมาก – ในเมื่อไม่มีความรู้เพียงพอ ย่อมจับไม่ได้ จะป้องกันโดยการให้เอาอะไหล่ชิ้นที่เสียมาให้ดู ก็ไม่ได้ผล ถ้าอู่จะโกงจริง ๆ ก็หาอะไหล่เก่าจากคันอื่นมาให้ดูก็ได้ อะไหล่เสีย ๆ เหล่านั้นก็มักจะเลอะ ๆ ลูกค้าดูผ่าน ๆ แล้วก็ทิ้ง
บวกราคาอะไหล่ – ศูนย์บริการไม่ทำ เพราะขายอะไหล่แท้มีราคาตายตัว แต่หลายอู่มักจะทำกันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ก่อนมีการบวกราคาอะไหล่ที่อู่จัดซื้อให้เป็นยอดเงินไม่มาก คิดเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือเป็นค่าเสียเวลาในการซื้ออะไหล่ เพียงไม่กี่สิบไม่กี่ร้อยบาท
แต่ระยะหลังมานี้ หลายอู่โลภมาก เห็นว่าได้เงินเพิ่มมาง่าย ๆ เพราะแค่บอกให้ร้านอะไหล่เขียนยอดเงินเพิ่มลงในใบเสร็จเพื่อให้ลูกค้าดูก็สามารถเรียกเก็บเงินได้สบาย ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีเวลาตรวจสอบหรือคิดว่ามีการบวกราคาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงทำใจได้ ทั้งที่อู่อาจบวกราคาไว้หลายสิบเปอร์เซ็นต์ หรือหนักข้อถึงขั้นบวกเพิ่มกว่าเท่าตัวก็ยังมี เรื่องนี้แก้ไขได้ยาก เพราะถ้าจะซื้ออะไหล่ไปเอง ก็ไม่สะดวก เพราะไม่มีความรู้หรือไม่มีเวลาเพียงพอ และอู่ก็ไม่ค่อยอยากบริการ
ศูนย์บริการอิสระ
ไม่ใช่ศูนย์บริการยี่ห้อเดียวกับรถ แต่เป็นศูนย์ซ่อมอิสระที่มีหลายสาขา โดยรับซ่อมงานด่วน งานเล็ก-ปานกลาง
ปัญหาที่พบบ่อย คือ คุณภาพของช่างที่ขาดความชำนาญ (ในศูนย์บริการหลายแห่ง) การคิดราคาค่าแรงแพง หรือการบวกค่าอะไหล่ที่จัดหามาให้ มีเหมือนกับอู่ทั่วไป
นอกจากนั้น ยังน่าแปลก ที่ระยะหลังพบปัญหาการโกงน้ำมันเครื่อง ทั้งโกงจากในใบเสร็จหรือแอบเทออกจากกระป๋องที่เหลือของลูกค้า นำมารวม ๆ กันรายละครึ่งลิตรหรือหนึ่งลิตร อย่าคิดว่าเล็กน้อย เพราะน้ำมันเครื่องในปัจจุบัน อย่างต่ำ ๆ ก็ลิตรละ 80-100 บาท วันหนึ่งแอบโกง 3-4 ลิตร คิดเป็นเงินก็หลายร้อยบาท เดือนหนึ่งก็เป็นหมื่นบาท

ร้านยาง

จำเป็นต้องขายยางเก่าเก็บ เพราะบริหารสต็อกไม่ได้ หรือขายไม่ดี แม้บริษัทยางจะบอกว่า ยางเก่าเก็บไม่เป็นอะไรถ้าเก็บถูกวิธี สามารถเก็บสต็อกได้หลายปี แค่ 2-3 ปี ถือว่ายังนำมาใช้ได้ตามปกติ แต่ในทางปฏิบัติจริงก็ไม่ควรซื้อยางที่เก็บไว้นาน ๆ ถ้าผลิตมาไม่เกิน 1 ปี ก็ยิ่งดี
สามารถดูสัปดาห์และปีที่ผลิตยางเส้นนั้นได้จากตัวเลข 4 หลักในวงรีบนแก้มยาง หลังตัวย่อ DOT ออกไปไม่ไกล ไม่สามารถลบออกได้ โดยตัวเลข 2 ตัวแรกคือ สัปดาห์ที่เท่าไรของปี ตัวเลข 2 ตัวหลังคือ เลข 2 ตัวท้ายของปี ค.ศ. เช่น 2401 ยางเส้นนั้นผลิตสัปดาห์ที่ 24 ปี 2001
ยางบางยี่ห้อ ใช้หมึกสีอ่อนปั๊มลงบนแก้มยาง เป็นรูปวงกลมขนาดเล็ก โดยระบุเอนและปีพ.ศ. ที่ผลิต อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย แต่สามารถลบออกได้

อู่-ร้านแต่งรถ

ทั้งแต่งสวยแต่งแรง ก็อาจมีลูกเล่นหรือกลโกงได้ แต่งสวย เอาของราคาถูกหรือคุณภาพต่ำมาขายในราคาแพง ไต้หวันเป็นประเทศที่มีการผลิตของตกแต่งรถในราคาถูก และมีให้เลือกมากมาย ซึ่งมีสารพัดคุณภาพ แต่ส่วนใหญ่แล้วเน้นราคาถูก แต่คุณภาพต่ำหรือพอใช้ได้เท่านั้น

ร้านขายหรือตกแต่งรถในไทย หลายร้านปั่นเพิ่มราคาจนสูงลิ่ว เช่นไฟหรี่ข้างบังโคลนสีขาว ต้นทุนมาคู่ละประมาณ 100 บาท แต่ตั้งราคาขาย 500-800 บาท

แม้ไม่โอกาสไปซื้อที่ไต้หวันเอง แต่ก็พอจะหาของแต่งที่มีราคาเหมาะสมกับคุณภาพได้ โดยการตรวจสอบราคาจากหลาย ๆ แหล่ง พบว่าปัจจุบันนี้ แถววรจักร คลองถม สะพานเหล็ก ก็มีของแต่งเหมือน ๆ กับตามร้านชื่อดังในราคาถูกว่ามาก
อู่สี ทั้งกรณีซ่อมสีหรือทำสีทั้งคัน มีทั้งตกลงว่าจะใช้สียี่ห้อหนึ่ง แล้วกลับไปใช้สีอีกยี่ห้อหนึ่ง หรือตกลงกันว่าจะใช้สีแห้งช้า กลับไปใช้สีแห้งเร็ว หรือใช้แค่แลกเกอร์แห้งเร็วเคลือบ ในกรณีที่ทำสีทั้งคัน มีการตัดผุไม่หมดจริง ๆ โป๊วสีทับไปเลยในบางจุด กว่าจะปูดขึ้นมาก็เกินระยะเวลารับประกันไปแล้ว หรือตกลงว่าจะลอกสีทุกจุด พอทำจริง ก็ลอกเพียงบางส่วน 

ข้อมูลจากเว็บไซต์

November 8th, 2008 by admin in Car Tips, รู้ทันช่าง | No Comments

การซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก

การซื้อรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก

การเลือกซื้อรถยนต์สักคันนั้น  จะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบหลายอย่าง    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา  สมรรถนะ  ยี่ ห้อ  ฯลฯ  ที่จะมาเป็นสิ่งกระตุ้นในการเลือกซื้อ  แต่หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อจริง ๆ แล้วมักจะไม่ค่อยตายตัวสักเท่าไหร่  ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ความพึงพอใจมากกว่า  เราจึงนำหลักเกณฑ์อย่างกว้าง ๆ  ในการพิจารณาเลือกซื้อรถซึ่งอาจจะช่วยในการตัดสินใจของท่านได้ไม่มากก็น้อย 

การเลือกซื้อรถใหม่

-          คำนึงถึงงบประมาณ  การประกัน  ประโยชน์ในการใช้งาน  เพื่อจะซื้อรถได้คุ้มค่าที่สุด

-          ตรวจเช็คเกี่ยวกับข้อมูลการใช้น้ำมัน  เบี้ยประกันการบริหารอุปกรณ์อะไหล่  และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา

-          สำรวจยี่ห้อ  ราคา  แบบ  รุ่น  จากนิตยสารที่เกี่ยวกับรถแค็ตตาล็อคจากร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วไป  แล้วนำมาเปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ อย่าพึ่งด่วนสรุปตัดสินใจซื้อ

-          เลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่ายใหญ่ ๆ  ที่น่าเชื่อถือ

-          สำรวจพื้นที่ในการใช้สอยในรถ  อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

-          ตกลงกับผู้ขายในเรื่องค่าโอนทะเบียนรถและอื่น ๆ ให้เป็นที่เรียบร้อยและพึงพอใจสำหรับตัวท่านเอง

-          สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องได้ทดสอบขับเสียก่อน  อย่าตัดสินใจซื้อเมื่อไม่มีโอกาสได้ทดสอบขับ  เพราะหากมีอะไรไม่ถูกใจหรือไม่ชอบจะได้เปลี่ยนรุ่นหรือยี่ห้อได้

-          ควรมีเพื่อนหรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถไปด้วย  เมื่อมีการดูรถควรถ่ายรูปรถของคุณไว้อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นภายนอก  ภายในเครื่องยนต์  ทะเบียน  กันชน   ไฟหน้า  -  หลัง  รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก  เช่น  แอร์  วิทยุเทปและอื่น ๆ  เพื่อเตรียมไว้ในกรณีที่ถูกเฉี่ยวชน  โดนขโมย  หรือถูก

  

ส่วนใหญ่ในการซื้อรถใหม่นั้นไม่ค่อยมะไรยุ่งยากมากเท่าใดเพราะรถจะถูกตรวจสอบมาจากโรงงานและเป็นรถใหม่ที่ยังไม่เคยใช้  ประสิทธิภาพก็คงดีอยู่มาก  ยังไงแล้วเพื่อความแน่นอนควรตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อทุกครั้ง

 

ทำไมต้องรันอินรถยนต์

เมื่อท่านซื้อรถใหม่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ  การรันอิน    และการรันอินนั้นจะต้องทำอย่างถูกวิธี  เพื่ออายุการใช้งานของรถยาวนานขึ้น   แต่ถ้าใช้ผิดวิธีการทำงานของรถจะสั้นกว่าปกติ  ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์จะไม่ดีเท่าที่ควร  ซึ่งการรันอินนั้นจะแบ่งเป็น  2  ช่วง

 

ช่วงรันอินที่ 1     ในช่วง  500  กิโลเมตรแรก  ควรหาโอกาสขับรถในระยะทางไกล  เช่น  ไปต่างจังหวัด  ขับขี่ด้วยความเร็วปานกลางและนิ่มนวลพยายามอย่าให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก  หลีกเลี่ยงการใช้โช๊ค อัพในการสตาร์ท  ควรเปลี่ยนแปลงความเร็วอย่าใช้อัตราคงที่  ไม่ควรขับด้วยความเร็วจุดใดจุดหนึ่งเป็นเวลานาน  เพื่อให้การสึกหรอของเครื่องยนต์เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

 

 

ช่วงรันอินที่  2  จาก  500   กิโลเมตรไปจนถึงราว  3,000    กิโลเมตรแรกหนังสือคู่มือ   การรันอินในกิโลเมตรช่วงที่ 2  (  หลัง  500   กิโลเมตรแรกไปแล้วจนถึง  3,000  กิโลเมตร  )    ควรขับอย่างนิ่มนวล

 

 

การรันอิน  คือ  การขับขี่ที่อยู่ในระยะทางช่วงใดช่วงหนึ่งที่มีการกำหนดโดยบริษัทรถยนต์หรือช่าง

 

 

การเลือกรถที่ใช้แล้ว

ในปัจจุบันตลาดรถยนต์มือสองกำลังบูมอย่างมาก   มีการซื้อขายและการประมูลไม่เว้นแต่ละวัน  เต็นท์ขายรถต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมารองรับการซื้อราวกับดอกเห็ด  ทำให้ผู้ซื้อมีโอกาสในการเลือกซื้อมากขึ้นด้วยสนนราคาที่ถูกกว่ารถใหม่คุณภาพก็พอใช้ถ้าเลือกกันดี ๆ ซึ่งคนธรรมดาที่มีเงินทองไม่มากนักก็พอที่จะเลือกซื้อมาเป็นของเจ้าของได้  ถึงอุปกรณ์ชิ้นต่าง ๆ ของรถมือสองกันบ้าง  ซึ่งก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นรถที่เคยผ่านการใช้งานมาแล้ว  ดังนั้นสภาพต่าง ๆ ของเครื่องยนต์  อุปกรณ์ต่าง ๆ ของเครื่องยนต์  อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ต้องมีส่วนลึกหรอบ้าง  จะมากบ้างน้อยบ้างก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน  และเจ้าของรถเดิมว่าใช้งานถนอมแค่ไหน  การรเลือกซื้อรถยนต์ประเภทนี้ต้องคิดมากทีเดียวบางครั้งซื้อแล้วต้องมานั่งซ่อมอีก  ซึ่งเป็นเรื่องไม่คาดคิดมาก่อนเพราะตอนแรกดูสภาพดีแต่เมื่อมาใช้งานจริงแล้วปัญหาต่าง ๆ กลับตามมา  เพราะขาดความเข้าใจและไม่รู้หลักในการเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้ว  หรืออาจจะเป็นเพราะถูกหลอกจากคนรู้จัก  ท่านจึงควรมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วบ้างเผื่อท่านคิดจะมีรถแบบนี้ไว้ใช้สักคัน

 

 

ขั้นแรกต้องถามตัวเองว่ามีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์  รถยนต์ขนาดไหน  เคยรู้บ้างไหมว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นมีหน้าที่อะไร  ทำอะไรได้บ้างถ้าท่านมั่นใจว่าตัวเองมีประสบการณ์สูงในเรื่องนี้พอที่จะไปดูรถยนต์ด้วยตัวเองและลองขับด้วยตัวเอง  ท่านก็สบายใจได้ในขั้นตอนนี้  แต่ถ้าท่านไม่มีความรู้อะไรเลยขับเป็นอย่างเดียว  ในกรณีนี้ท่านต้องพึ่งช่างหรือผู้มีความคุ้นเคยกับรถมากกว่าท่าน  และมีความสนิทกันไว้ใจได้  ให้เขาพาท่านไปดูรถเพื่อความมั่นใจว่าท่านสามารถซื้อรถในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

 

 

จำไว้เสมอว่าในการเลือกซื้อรถมือสองหรือการตรวจเช็ครถยนต์ต้องเป็นเวลากลางวันเพื่อจะได้สามารถมองเห็นข้อบกพร่องได้ง่าย  เมื่อท่านถูกใจและถูกเงินในกระเป๋าแล้ว  สิ่งที่ท่านต้องตรวจดูมีด้วยกัน  3  แห่งคือ  โครงตัวถัง, ช่วงล่าง, เครื่องยนต์

 

 

โครงตัวถัง

โครงตัวถังนับเป็นส่วนประกอบส่วนแรกของรถยนต์ที่ท่านต้องตรวจดูก่อนเป็นอันดับแรก  การตรวจนั้นจะเริ่มตั้งแต่  ดูแนวรางน้ำขอบหลังคารถยนต์  ถ้าหากว้างหรือคดแสดงว่าเคยคว่ำมาแล้วอาจเสียศูนย์  ทรงตัวไม่ดีเป็นอันตรายมาก  ในส่วนนี้ต้องพยายามสำรวจให้ทั่วหลังคารถด้วยการมองทั้งทางด้านหน้ารถ – ท้ายรถ  พยายามมองให้ดีเพราะส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญถ้าหลังคายุบหรือคดจะทำให้รถหมุนได้ถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูงหรือโดนลมปะทะแรง ๆ  แต่ในบางครั้งรถที่เคยคว่ำก็อาจจะทำหลังคามาใหม่ทำให้มองไม่ออกเหมือนกัน  ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบอีกที

 

 

-          ตรวจรอยสนิมกัดกินผุกร่อน  บริเวณบังโคลนหน้า  รอบดวง  โคมไฟ  ทั้งสองข้าง  สนิมเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับรถยนต์  ซึ่งจะลามไปทั่วรถถ้าปล่อยทิ้งไว้  รอยสนิมจะเกิดได้มากที่สุดบริเวณบังโคลนหน้า  แต่ในบางครั้งอาจจะถูกซ่อมมาเรียบร้อยแล้ว  ดังนั้นต้องตรวจดูด้วยการเอามือลูบบังโคลนด้านใน  ซึ่งในส่วนนี้จะไม่สามารถปกปิดได้  เพราะจะมีร่องรอยการซ่อมหลงเหลืออยู่ใช้มือลูบก็พบ  ท่านต้องพิจารณาว่าซื้อมาแล้วต้องเสียเงินเพิ่มหรือไม่

-          ตรวจรอยสนิมบริเวณบังโคลนหลังขอบด้านใน   บริเวณนี้ก็เช่นเดียวกันกับบังโคลนหน้า  คือ  เกิดสนิมได้ง่ายเชนเดียวกัน  การตรวจก็เช่นเดียวกัน  ใช้มือลูบด้านใน  รอยการซ่อมหรือปะผุจะมีเหลืออยู่ให้เห็น

-          ตรวจรอบโคมไฟท้ายทั้ง  2  ข้าง  มีรอยสนิมมากน้อยเพียงใดส่วนของไฟท้ายก็เป็นสนิมง่าย  ต้องตรวจให้ละเอียดว่ามีรอยสนิมมากน้อย   และต้องเสียค่าซ่อมต่าง ๆ มากหรือไม่  ถ้าซื้อไปแล้วจะคุ้มไหม

-          ตรวจดูรอยผุส่วนท้ายรถที่ขอบฝากระโปรง  และที่ติดใกล้กับกันชน  ต้องเปิดฝากระโปรงออกมาแล้วตรวจดู  และอย่าลืมดูที่บริเวณกันชนติดกับกระโปรงรถส่วนท้ายด้วย  พยายามตรวจดูให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้

-          ตรวจรอยผุบริเวณประตูรถตอนขอบด้านล่าง  และที่ตัวถังของพื้นล่างสุด  บริเวณประตูก็จะเกิดสนิมได้ง่ายเช่นเดียวกัน  ต้องตรวจดูที่ประตูทุกบานหารอยผุว่ามีมากหรือน้อย  การเปิด – ปิดในส่วนต่าง ๆ ของขอบประตูและกระโปรงหลังทำให้ได้สะดวกหรือไม่

-          ตรวจดูใต้ท้องรถ     อาจให้ยกรถขึ้นโดยใช้ขาตั้งแล้วท่านเข้าไปตรวจดูใต้ท้องรถ  แต่อาจใช้วิธีเปิดพรมยางในรถทั้งหมด  แล้วตรวจหาดูรอยผุหรือส่วนที่เสียหายต่าง ๆ

-          ตรวจดูระบบท่อไอเสีย  ให้อยู่ในสภาพที่ดี  ไม่มีรอยแตกหรือสนิมกัดกร่อนจนเกือบจะผุพัง

ช่วงล่าง

ช่วงล่างตรงนี้สำคัญมากในการเลือกซื้อรถใช้แล้ว  เพราะช่วงล่างจะส่งผลต่อการขับขี่  ในด้านการทรงตัวขณะเลี้ยวหรือวิ่งด้วยความเร็วสูง  ถ้าเครื่องช่วงล่างไม่ดีอาจจะเกิดอุบัติเหตุง่ายเมื่อใช้รถ  การตรวจช่วงล่างจะเริ่มตั้งแต่

 

 

-          ในการตรวจช่วงล่างต้องยกรถให้สูงขึ้น  เพื่อความสะดวกในการตรวจใต้ท้องรถและสามารถมองเห็นทุกจุดได้ชัดเจน  ท่านควรตรวจใต้ท้องรถด้วยตัวท่านเองถ้าท่านพอมีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์บ้างโดยให้เริ่มตรวจตั้งแต่ห้องเกียร์  โช๊คอัพ  แหนบ  พวงมาลัย  เฟืองท้าย  และช่วงล่างในส่วนอื่น ๆ ถ้ามีสิ่งใดที่สังเกตผิดจากธรรมดา  เช่น  มีน้ำไหลออกมาจากบางแห่ง  มีส่วนหัก  บิด  งอ  แหนบซ้อนกันไม่เป็นระเบียบ  ลองตรวจดูว่าการใช้งานเป็นเช่นไร  แต่ข้อแนะนำว่าการตรวจช่วงล่างขอให้เป็นหน้าที่ของช่างที่ชำนาญและท่านแนะคนพามาจะดีกว่า  เพราะในบางครั้งท่านดูเองอาจจะไม่ทราบเท่ากับช่าง

-          เพลากลาง  ท่านต้องลองเอามือจับเพลากลางแล้วลองหมุนขยับกลับไปกลับมาว่ามีระยะหมุนฟรีมากเพียงใด  ถ้ามีระยะฟรีมากนั่นแสดงว่าชิ้นส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนหลวม  หรือหมดอายุการใช้งาน

-          ตรวจดูยางทั้ง  5  เส้น  ซึ่งหมายถึงยางอะไหล่ด้วยวามีการใช้งานมากน้อยเพียงใด  ดอกยางสึกมากหรือน้อย   จะต้องซื้อใหม่หรือไม่

-          ตรวจระบบเบรก   ด้วยการลองเหยียบเบรกหรือย้ำเบรกดู1เหยียบเบรกแล้วเบรกจมมิดหายไปแสดงว่าเบรกไม่อยู่  หรือต้องย้ำเบรก  หลายครั้งจึงจะเบรกอยู่ในส่วนนี้ต้องทดลองขับดู

-          ตรวจดูเข็มไมล์ว่ารถใช้งานมามากน้อยเพียงใด  ตรวจดูการสึกหรอของยางเบรกและคลัตช์เปรียบเทียบกับตัวเลข  ซึ่งอาจถูกแก้ไขจำนวนกิโลเมตรที่วิ่งก็ได้

-          ตรวจพวงมาลัย  ด้วยการหมุนกลับไปกลับมา  เพื่อจะดูช่วงฟรีของพวงมาลัยว่ามีมากน้อยเพียงใด  ถ้าช่วงฟรีมากอาจจะเกิดจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ของระบบบังคับเลี้ยวหลวม  ก็ต้องเสียเงินเพิ่มมากขึ้น  ในการซ่อม

 

เครื่องยนต์

 

เครื่องยนต์นับเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ทั่วไป  ยิ่งในรถยนต์ใช้แล้วเครื่องยนต์เป็นสิ่งสำคัญมาก  เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสมบูรณ์จะสามารถลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้มาก  และยังเป็นการช่วยให้ผู้ใช้รถเกิดความสะดวกสบายมากขึ้นอีก  การตรวจเครื่องยนต์นั้นจะเริ่มจากฝาครอบลิ้นด้านบน,ปะเก็นฝาสูบ,อ่างน้ำมันเครื่อง, เพลาข้อเหวี่ยงหน้าเครื่อง, ก๊อกถ่าย  น้ำมันเครื่องซึ่งอยู่ในอ่างและตามท่อต่าง ๆ หม้อกรองน้ำมันเครื่องและอื่น ๆ อีก ฯลฯ

 

              ในส่วนนี้ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดตามจุดต่าง ๆข้างบน การเช็ดก็เพื่อจะตรวจดูรอยรั่วของส่วนประกอบด้านบนว่าน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันหล่อลื่นไหลซึมออกมาหรือไม่  ควรตรวจให้ละเอียดอย่าง ช้า ๆ เพราะเครื่องยนต์เป็นตัวจักรขับเคลื่อนต้องทำงานหนักที่สุดจึงควรสังเกตุได้ดี  เครื่องยนต์ที่ดีไม่ควรจะมีน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันหล่อลื่นไหลออกมา  ถ้ามีควรตรวจดูว่าเป็นส่วนไหนของเครื่องยนต์เป็นส่วนสำคัญหรือไม่  และรั่วมาจากสาเหตุใด  เพราะแตกร้าวหรือปะเก็นไม่ดีเพื่อจะได้คิดราคาค่าซ่อมได้ถูกต้อง

              ส่วนที่ต้องซ่อมต่อมาคือ  ตรวจระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์อย่างเช่น  หม้อน้ำ  ตรวจดูรอยรั่วต่าง ๆ ข้อต่อที่มีปลอกเหล็กรัดดูว่ามีน้ำรั่วซึมหรือไม่  จุดที่ต้องตรวจดูก็คือ  หม้อน้ำหรือรังผึ้ง  ท่อยางต่อเข้าเครื่องยนต์เพื่อถ่ายเทน้ำ  ท่อยางด้านล่างที่ต่อเข้ากับตัวปั๊ม  มีพัดลมหมุนได้ด้วยสายพาน  จะต้องมีความตึงพอดี  ไม่อย่างนั้นแล้วจะระบายความร้อยไม่ดี

 

            ส่วนต่าง ๆ  ที่บอกมาทั้งหมดนี้เป็นการตรวจเช็คสภาพรถยนต์โดยรวมและต้องตรวจตราอย่างถ้วนถี่โดยละเอียด  ถ้าให้ดีควรให้ช่างมาตรวจสอบให้ดีจะดีกวาเพื่อความแน่นอน

 

 

การทดลองขับ

 

เมื่อตรวจสอบของเรื่องภายในและภายนอกของรถยนต์ทุกส่วนแล้วคราวนี้ก็คงต้องมาถึงการทดลองขับดูเพื่อเป็นการทดลองกำลังของเครื่องยนต์และการทำงานของระบบช่วงล่างว่าสามารถทำงานได้ดีมากน้อยแค่ไหน  การทดลองขับนั้นจะทำให้ทราบถึงระบบชิ้นส่วนของรถยนต์  ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบจุดระเบิดว่าสามารถใช้งานได้ดีหรือไม่  ซึ่งในส่วนนี้ท่านต้องมีความชำนาญในการขับรถยนต์มาก่อน  สิ่งที่สังเกตในการทดลองขับรถคือ

 

 

-          ระบบกันสะเทือนใช้ได้ดีหรือไม่  การทำงานอยู่ในสภาพใด  เมื่อตกหลุมหรือเลี้ยวมีอาการผิดปกติหรือไม่  ถ้ามีการสะเทือนมากแสดงว่าโช๊คอัพหรือแหนบไม่ดี

-          ลองเบรกห้ามล้อดูว่าใช้งานได้ดีหรือไม่   ระยะทำการเบรกการเหยียบเบรกมีความสัมพันธ์กันมากมายน้อยเพียงใด  ถ้าเหยียบแล้วเบรกจมหายต้องย้ำหลายครั้งแสดงว่าเบรกมีปัญหาต้องตรวจเช็คเบรก

-          ระบบส่งกำลังยังให้แรงดีหรือขัดข้องประการใด   เมื่อขณะเร่งให้สังเกตดูว่าเครื่องยนต์ส่งกำลังมีความแรงขนาดไหน  ทันอกทันใจหรือไม่  การเข้าเกียร์ยากหรือเปล่า

-          พวงมาลัยหนักเบาแค่ไหน   สาเหตุอาจจะมาจากยางแบน  แต่ถ้ายางไม่แบนก็อาจจะมาจากการเสียหายของชิ้นส่วนภายใน  อันนี้ต้องตรวจเช็คให้ละเอียด

 

 

ถ้าท่านเป็นผู้ชำนาญในการขับขี่จะสามารถการสังเกตการผิดปกติของรถยนต์ได้ง่ายด้วยความรู้สึกของท่าน  แต่ถ้าท่านไม่เป็นผู้ชำนาญควรให้ผู้มีความรู้เป็นผู้ช่วยขับแทน

 

 

ในการซื้อรถยนต์ใช้แล้ว  (  มือสอง )  สักคันหนึ่ง  จะกลายเป็นการเพิ่มภาระหรือลดภาระของท่านนั้นขึ้นอยู่กับขั้นตอนต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นโดยที่ท่านเป็นผู้ตัดสินใจเลือกอีกครั้ง  ท่านควรจะเลือกอย่างใจเย็นไม่ควรใจร้อน  ให้ถือคติช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม  เพราะถ้าขาดความรอบคอบแล้วท่านอาจจะได้รถที่ไม่ดี    เมื่อเลือกซื้อรถยนต์ได้แล้วก็อย่าลืมดูแลรักษาให้ดีมีสภาพพร้อมใช้งานเนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะทำให้รถของท่านใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและยาวนานตามอายุการใช้งาน  

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บบิท

November 8th, 2008 by admin in วิธีการซื้อรถ | No Comments

EDFC-ปรับโช้กด้วยไฟฟ้า

จาก นิตยสาร THAI DRIVER

โช๊กอัพนอกจากจะทำหน้าที่ควบคุมการเต้นของสปริง แหนบหรือทอร์ชันบาร์แล้ว ยังมีผลเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการทรงตัว และความนุ่มนวลตลอดการขับรถยนต์ ไม่ใช่บทสรุปตายตัวว่า โช้กอัพที่มีความหนืดมาก (หรือเรียกกันว่าแข็ง) จะมีจุดเด่น คือ ให้ความมั่นคงขณะขับความเร็วสูง แต่มีจุดด้อยด้านความกระด้างเมื่อขับช้า ๆ และในทางกลับกัน โช้กอัพนิ่ม ๆ จะเด่นในด้านความนุ่มนวลเมื่อขับช้า และมีผลให้รถยนต์มีอาการโคลงช่วงความเร็วสูง เพราะยังต้องเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบอื่นอีกมากมาย เช่น รูปแบบ และวัสดุของระบบช่วงล่าง สปริง (หรือแหนบ และทอร์ชันบาร์) การบิดตัวของตัวถัง แต่ในการใช้งานจริงก็พบว่า ความแข็งของโช้กอัพ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความนุ่มนวล และอาการโคลงอยู่ไม่น้อย เช่น ถ้าชอบขับเร็วบ่อย ๆ ก็ต้องยอมกระด้างกับโช้กอัพที่หนืดมากหน่อย หรือถ้าอยากได้ความนุ่มนวล ก็เลือกใช้โช้กอัพหนืดน้อย ๆ นิ่ม ๆ แล้วต้องยอมโคลงบ้างเมื่อขับเร็ว ได้อย่างก็ต้องยอมเสียอย่าง จะให้ทั้งนุ่มนวล และไม่โคลงเป็นเรื่องยาก แต่ในซีกของผู้ผลิต ก็มีความพยายามจะทำให้โช้กอัพ ทั้งนุ่มนวล ทั้งทรงตัวดีตลอดการขับขี่
 

โช้กอัพแบบปรับความแข็งได้ มักเป็นชุดแต่งที่ไม่ได้ติดมากับรถยนต์จากโรงงานประกอบ ส่วยใหญ่เป็นแบบปรับด้วยมือ โดยมี 2 แบบหลัก คือ 1. ปุ่มหมุนที่ข้างกระบอก หรือ 2. ไขที่แกน ซึ่งแยกย่อยได้อีก 2 แบบ คือ 2.1 ต้องถอดออกมาจากรถยนต์แล้วค่อยปรับ โดยการกดแกนจนสุด แล้วหมุนแกนเพื่อปรับวาล์วภายใน 2.2 ไขที่ยอดของแกน ซึ่งมีไส้ขนาดเล็กซ้อนอยู่ด้านใน สอดลงไปรับวาล์วที่ปลายแกนด้านล่าง
 

ปัจจุบันนี้ ผู้ผลิตโช้กอัพหลายยี่ห้อ หันมาผลิตโช้กอัพแบบปรับความแข็งโดยการหมุนปรับที่ยอดของแกนกันมากขึ้น เพราะสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก ไม่ต้องมุดหรือถอดล้อ หรือถอดไส้โช้กอัพออกมาปรับ การปรับด้วยมือ ยังไม่สะดวกเพียงพอ เพราะต้องจอดรถยนต์ และเปิดฝากระโปรงเพื่อหมุนปรับ เหนือชั้นขึ้นไปอีก จึงมีการพัฒนาการปรับความหนืดของโช้กอัพด้วยไฟฟ้าขึ้นมา
 

โดยทั่วไปแล้ว การปรับความแข็งหรือความหนืดของโช้กอัพ จะทำโดยการเปลี่ยนขนาดของรูสำหรับให้น้ำมันไหลผ่าน บนตัววาล์วในกระบอกโช้กอัพ ถ้ารูมีขนาดเล็ก น้ำมันไหลผ่านยาก โช้กอัพก็มีความหนืดมาก ขยับตัวได้ยาก (ส่วนจะเป็นการปรับช่วงยุบ-บั๊ม หรือยืด-รีบาวน์ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) โช้กอัพที่ปรับความหนืดด้วยไฟฟ้า มีใช้ในรถยนต์ในสายการผลิตเพียงไม่กี่รุ่นกี่ยี่ห้อ และมักเป็นการติดตั้งมอเตอร์เข้ากับยอดของไส้ที่สอดไว้ในแกนโช้กอัพ แล้วพ่วงไว้ด้วยระบบควบคุมการหมุนของมอเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ปรับได้ 2-3 ระดับความแข็งเท่านั้น สรุปง่าย ๆ ก็คือ ยังเป็นการปรับขนาดของรูที่น้ำมันจะไหลผ่าน โดยใช้วิธีหมุนไส้ภายในแกนดช้กอัพ แต่เสริมการหมุนไส้นั้นด้วยมอเตอร์เข้าไปแทนคนหมุน
 

ในต่างประเทศ จะมีรถยนต์หลายรุ่นกว่าไทยที่ใช้โช้กอัพแบบปรับความแข็งด้วยไฟฟ้า แต่ในเมืองไทยมีแค่ไม่กี่รุ่น ที่คุ้นเคยกันก็มี นิสสัน เซฟิโร รหัสตัวถังเอ31 ขับเคลื่อนล้อหลัง ปรับได้สะดวก แค่กดสวิตช์ที่อยู่ในแผงหน้าปัด เลือกได้แค่ 2 ระดับ คือ SPORT (แข็ง) และCOMFORT (นุ่ม)
 

การปรับความแข็งของโช้กอัพด้วยไฟฟ้า ยังเป็นฝันของนักขับเท้าหนักหลายคน ที่อยากได้ทั้งความนุ่มนวล และการทรงตัวที่ดีควบคู่กัน แต่ก็แพง และมักจะลงเอยกับโช้กอัพชุดแต่งที่ปรับความหนืดได้ด้วยมือขณะจอดรถยนต์ เพราะมีไม่กี่สำนักแต่งที่ผลิตชุดปรับโช้กอัพด้วยไฟฟ้าออกมา หรือถ้ามีก็แพงมาก

 

 EDFC-Electronic Damping Force Controller

TEIN สำนักแต่งจากญี่ปุ่นที่เน้นการโมดิฟายช่วงล่าง ได้ผลิตอุปกรณ์ช่วยปรับความแข็งของโช้กอัพด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อนำไปติดตั้งเสริมเข้ากับโช้กอัพที่สามารถปรับความแข็ง ได้ด้วยการหมุนไส้ภายในแกนจากด้านบน EDFC ประกอบด้วยมอเตอร์ขนาดเล็ก 4 ตัว (มอเตอร์ 1 ตัว ต่อโช้กอัพ 1 ตัว) เป็นแบบ STEP MOTOR สามารถหมุนและหยุดเป็นจังหวะได้, ชุดสายไฟ และตัวควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมจอแสดงสถานะ ขนาด ผ DIN สำหรับติดตั้งในห้องโดยสาร อุปกรณ์นี้ไม่ได้ทำให้โช้กอัพธรรมดาสามารปรับความหนืดได้ แต่เป็นอุปกรณ์เสิรมสำหรับติดตั้งเข้ากับยอดแกนของโช้กอัพที่ปรับได้อยู่แล้ว เพื่อให้ผู้ขับสามารถปรับความหนืดได้จากภายในห้องโดยสาร
 

ตัวกล่องมอเตอร์จะมีรูเกลียวตัวเมียสำหรับไขติดกับเกลียวตัวผู้รอบนอกยอดของแกนโช้กอัพ และตัวมอเตอร์มีแกนโผล่ลงไปเสียบกับยอดของไส้ใน ที่แหย่ลงไปปรับวาล์วด้านล่าง ซึ่งซ้อนอยู่ในแกนโช้กอัพ เมื่อจ่ายไฟให้มอเตอร์หมุน ก็จะพาไส้ในให้หมุนตาม ซึ่งเป็นการปรับความหนืดจากการหรี่หรือขยายรูบนตัววาล์วภายในโช้กอัพที่จะให้น้ำมันไหลผ่าน ตามพื้นฐานเดิมของโช้กอัพตัวนั้น
 

ตัวมอเตอร์หมุนได้ทั้งหมด 16 จังหวะ (แต่ละจังหวะจะขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) โดยสามารถเพิ่มความละเอียดให้มอเตอร์หมุนครั้งละครึ่งจังหวะ กลายเป็นถึง 32 จังหวะ แต่ในการใช้งานจริง การปรับจังหวะการหมุนของมอเตอร์ให้ละเอียดมาก ๆ ก็เท่ากับเป็นการขยับปรับขนาดรูน้ำมันเพียงเล็กน้อย จนยากที่ผู้ขับจะแยกอาการที่แตกต่างได้ ในการใช้งานจริงจะปรับได้กี่จังหวะ ก็ขึ้นอยู่กับตัวโช้กอัพเป็นหลัก ถ้าหมุนไส้ปรับได้ไม่มากรอบ เมื่อใช้อุปกรณ์นี้ ก็จะทำให้ปรับได้ไม่กี่จังหวะ เพราะหมุนจากสุดด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ไม่กี่จังหวะก็หมดแล้ว
 

การสั่งงานมอเตอร์เป็นหน้าที่ของกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบนี้ เพราะตัวมอเตอร์หมุนแกนในรถยนต์ทั่วไปบางรุ่นก็มี เพียงแต่ไม่มีสเตปละเอียดอย่างนี้ กล่องควบคุมสำหรับติดตั้งภายในห้องโดยสาร ประกอบด้วยปุ่ม POWER สำหรับเปิด-ปิด และปุ่มปรับความหนืด แยกไว้ด้านซ้าย-ขวาสุดของตัวควบคุม ปุ่มด้านซ้ายสำหรับโช้กอัพคู่หน้า ปุ่มด้านขวาสำหรับคู่หลัง (ไม่สามารถแยกซ้ายขวาได้) แต่ละข้างมี 2 ปุ่มคือ SOFT และ – HARD โดยเวลากดปุ่มจะมีเสียง BEEP สามารถปรับความดังได้ 3 ระดับ หรือจะปิดเสียงก็ได้
 

ตรงกลางตัวเป็นหน้าจอ แสดงข้อมูลหลัก ๆ คือ FRONT และREAR หมายถึงโช้กอัพคู่หน้า และหลัง ตามด้วยตัวเลข 2 หลัก เลขมากแสดงว่านิ่ม หน้าจอสามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ ด้านล่างของหน้าจอมีปุ่มโปรแกรม P-1, P-2 และ P-3 สามารถตั้งความหนืดระดับที่ต้องการ และบันทึกไว้ แค่กดปุ่มเดียว ตัวเลขความหนืดที่เคยตั้งไว้ ก็จะแสดงบนหน้าจอพร้อมกับสั่งให้มอเตอร์หมุนปรับแกน โดยทุกครั้งที่สตาร์ตเครื่องยนต์ ระบบจะคงความหนืดเหมือนก่อนดับเครื่องยนต์ แม้จะปรับได้สะดวกเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่ก็มีคำเตือนจากผู้ผลิตว่า ควรปรับเมื่อรถยนต์หยุดนิ่งเท่านั้น เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุ หรือทำให้ตัวมอเตอร์เสียหาย เนื่องจากหากมีการปรับขนาดรูที่น้ำมันจะไหลผ่านในขณะที่โช้กอัพทำงานหนัก การปรับจะยาก หรือปรับแล้วอาการตอบสนองในการขับจะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
 

EDFC มีระบบตรวจสอบตัวเอง ถ้าพบความผิดปกติ เช่น กระแสไฟฟ้าเกิน สายไฟขาด หรือมอเตอร์หลุดหลวม ก็จะเตือนให้ผู้ขับทราบ โดยหน้าจอจะแสดงคำว่า ERROR ไฟที่ปุ่มโปรแกรมทั้ง 3 ปุ่ม จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและกระพริบเป็นจังหวะ พร้อมเสียง BEEP

EDFC ต้องใช้ควบคู่กับโช้กอัพเฉพาะยี่ห้อ TEIN ที่เป็นแบบปรับความหนืดด้วยการหมุนไว้ภายในแกน โดยควรเลือกรุ่นที่มีช่วงความหนืดที่สามารถปรับได้ใกล้เคียงกับความต้องการ เพราะถ้าปรับจนแข็งสุด ยังรู้สึกว่านิ่มเกินไป หรือปรับอ่อนสุดแล้วยังแข็งเกินไป ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะปรับ ก่อนติดตั้ง ควรดูด้วยว่ามีที่ว่างระหว่างหัวโช้กอัพหน้ากับใต้ฝากระโปรงมากพอหรือเปล่า ส่วนด้านหลังไม่น่ามีปัญหาติดขัดใด ๆ โดย EDFC มีราคาในญี่ปุ่นประมาณ 15,000 บาท (ไม่รวมโช้กอัพ)

November 8th, 2008 by admin in EDFC | No Comments

Top 10 Small Cars by Annual Fuel Cost

With small car sales on the rise thanks to the gas pump blues, we decided it was time list the top 10 fuel-efficient small cars by annual fuel cost. We started with the EPA’s annual fuel cost ratings, which reflect the current national average gas price and assume 15,000 miles divided between 55 percent city and 45 percent highway. We picked the highest-mileage transmission choice available in a given car; hybrids were counted separately. When annual fuel cost was the same, we looked for a net gain between city and highway efficiency, and ultimately used our star ratings – a quick look at our opinion on each vehicle – as a tiebreaker.

By Keith Buglewicz
Photo credit: Staff and the automakers

July 8th, 2008 by admin in Car Tips | No Comments

Gas Saving Tips from the Pros

Gas Saving Tips from the Pros

(ARA) - They’re up, they’re down, they’re back up. Gas prices got you down? If telecommuting and pubic transportation are not viable options for you, here’s some down-to-earth advice from the pros at the non-profit National Institute for Automotive Service Excellence (ASE).

It is important to keep your vehicle properly maintained and change your driving habits so as to maximize your mileage, according to ASE officials. Here’s a plan of action from the group that tests and certifies automotive technicians:

Monitor your tires. Under-inflated tires or poorly aligned wheels waste fuel by forcing the engine to work harder. Let the tires cool down before checking the air pressure. Out-of-line wheels, as evidenced by uneven tread wear, should be aligned by a professional.

Consolidate your daily trips and errands. Some trips may be unnecessary. Also, try to travel when traffic is light so you can avoid stop-and-go conditions.

Avoid excessive engine idling. Shut off your vehicle while waiting for friends and family.

Observe speed limits. Speeding decreases your miles per gallon.

Drive gently. Sudden accelerations guzzle gas. Anticipate traffic patterns and adjust your speed gradually. Use cruise control. (You’ll help your brakes and suspension system last longer, too.)

Get rid of excess weight by removing unnecessary items from the vehicle. Store only essentials in the trunk. Less weight means better mileage. After family vacations, make sure you remove all unnecessary items, including that roof-top cargo carrier.

July 3rd, 2008 by admin in Car Tips | No Comments

How To Buy New Cars & Avoid Car Dealer Scams

What you can expect from this new car buying guide

We’ll teach you to be relaxed, positive and patient, not paranoid and confrontational when you buy a car. Our visitors tell me they were informed, relaxed and confident, and got good new car purchase deals after reading this car buying guide. We’ll help you feel positive about car buying, making it easier for the salesman to sell the car, if they are willing to make a fair deal. A successful deal is win-win for both sides. Don’t read only half of this new car buying guide and think you have all the facts. Read all the chapters, 1-7. The people who read all the chapters before they buy a car save the most money on their new car purchase. Miss one valuable chapter on buying new cars, it will cost you THOUSANDS.

DO NOT let Dealer “A” locate your new car from Dealer “B”… Don’t do it!
We get the most complaints about this. We discourage car buyers from letting Dealer A get your new car from Dealer B. Sometimes due to geography and lack of dealer coverage while buying a car, you may have no choice. Some dealers routinely locate new cars for car buyers and make them quite happy. But 99% of the time I hear complaints from buyers about this. The complaint ratio is so close to 100% that we tell you to always avoid this situation. It’s a crap shoot and the house always wins. I suggest you just find out who Dealer B is and go buy a car from them. One dealer told me the best advice if a Dealer A offers to locate a your new car from Dealer B, don’t sign anything until you’ve seen the car, or sign a letter of intent that the contract is not binding until you have seen the car and given your ok. I always hear of games and scams when dealer A has the car shipped from dealer B, because of towing costs, and dealer A loses the holdback to the original Dealer B. All sorts of fees show up. Even worse, the wrong car shows up and you are stuck buying car you don’t want because you put down a deposit! I also get lots of complaints about missing MSRP stickers, which is a felony. You’ll eliminate these issues if you buy a car from the dealer who has the car. Search all the dealer web sites for their inventory. Before you give ANY money, be sure you have a written buyer’s order from them clearly stating what new car you are buying, the VIN#, the color, and all the options, so there is no doubt what you are paying for. If they give you bogus lip service about “not knowing the VIN# yet”, they are lying.

June 25th, 2008 by admin in Uncategorized | No Comments

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!

June 25th, 2008 by admin in Uncategorized | No Comments


เกมส์ | เกมส์แต่งตัว | เกมส์แฟลช | ดูละครเกาหลี | คลิปวีดีโอ | dragonballz | board | games | Wordpress Theme | Wallpaper | Emoticon | สูตรโกงเกมส์
eXTReMe Tracker