ผิดแล้วรู้จักแก้ : ที่แท้คือบัณฑิต
ผิดหนึ่งพึงจดไว้ ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า หกซ้ำ อภัยไฉน ฯ
ผิดหนึ่งพึงจดไว้ ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า หกซ้ำ อภัยไฉน ฯ
![]()
พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกกรกิริยา เห็นจะเป็นพระพุทธรูปปางเดียวที่บ่งบอกถึงความลำบากตรากตรำและเป็นปางที่ไม่จัดเข้าเป็นพระพุทธรูปประจำวัน สาเหตุอาจ”คนเราไม่่ชอบความลำบาก ชอบแต่ความสุข” คนเราจึงมักจะมองแต่ผลของความสำเร็จคือความสุขความสมหวัง แต่หารู้ไม่ว่า ความสำเร็จหรือความสมหวังนั้นใช่ว่าจะพานพบกันได้ง่าย ๆ
พระพุทธเจ้าเองก็เช่นกันกว่าที่พระองค์จะสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์ต้องอดทนตรากตรำ ลองผิดลองถูกอยู่นานนับ ๖ ปีเลยทีเดียวกว่าจะได้มาซึ่งสัมมาสัมโพธิญาณ อันนับเป็น”ชัยชนะที่ไม่มีวันกลับมาแพ้“อีกและเป็น”ความสุขที่ยั่งยืนซึ่งไม่มีวันกลับมาทุกข์” อีก
พระพุทธรูปปางนี้หมายว่าจะเป็นกำลังใจสำหรับคนที่ท้อแท้สิ้นหวัง หมดอาลัยตายอยากในชีวิต เพียงเพราะไม่ได้ในสิ่งที่ปรารถนา ไม่สมหวังในสิ่งที่วาดหวังไว้ ด้วยการพิจารณาตื้น ๆ ว่า “แม้พระพุทธเจ้าเอง ผู้บำเพ็ญบารมีมาแล้วตั้ง ๔ อสงไขยแสนกัปป์ หรือนับเป็นหลายโกฏิล้านปี เพื่อจุดหมายคือ “ความเป็นพระพุทธเจ้า” แต่ไฉนพระองค์มิอาจสามารถบรรลุสิ่งที่วาดหวังได้ในฉับพลัน ด้วยบารมีที่สั่งสมมา มิช่วยให้พระองค์บรรลุ”ความเป็นพระพุทธเจ้า”ง่าย ๆเลยหรือ ?
ในขณะที่ตัวเราเองซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เคยบำเพ็ญบารมีมามากน้อยแค่ไหนกันและจุดหมายของการเกิดมานั้นเพื่ออะไรกัน ฉะนั้นการผิดหวัง คลาดกับสิ่งที่ปรารถนาคงไม่ใช่เรื่องแปลกนัก แต่เมื่อผิดหวังแล้วควรทำใจอย่างไร ? ว่างท่าทีอย่างไรกับสิ่งที่เกิดกับตัว ? และควรรู้ความจริงของชีวิตว่ามันเป็นอย่างไร?
พระพุทธรูปปางนี้จึงอาจจะเป็นกำลังใจที่ดี ในยามที่เราทุกข์ ท้อแท้ ผิดหวัง และเมื่อนั้นเราคงจะรู้ว่า “ที่ว่านับถือพระพุทธเจ้านั้น ควรนับถืออย่างไร ? ในฐานะอะไร ? แล้วหวังว่าเราคงจะได้พบกับชัยชนะที่ไม่มีวันแพ้ และ ความสุขที่ไม่มีทุกข์ อีก และถึงจะกลับมาแพ้ หรือมาทุกข์ ก็รับรองว่า เราคงจะไม่หวาดหวั่นกับมัน !”
|
|||||||||||||||
Suansanook.com. All Rights Reserved.2007 |
|||||||||||||||